|
ที่ดินเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่มีความสำคัญ ซึ่งบุคคลต่างแสวงหาเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ซึ่งนับวันจะมีราคาแพงมากขึ้น จึงเป็นประเด็นข้อพิพาทมาสู่ศาลเป็นจำนวนมาก
ตามประมวลกฎหมายที่ดิน
"ที่ดิน" หมายความว่า พื้นที่ดินทั่วไป และและให้หมายรวมถึงภูเขา ห้วย หนอง คลอง บึง บาง ลำน้ำ ทะเลสาบ เกาะและที่ชายทะเลด้าน
"สิทธิ์ในที่ดิน" หมายความว่า กรรมสิทธิ์ และให้ความรวมถึงสิทธิครอบครองด้วย
"โฉนดที่ดิน" หมายความว่า หนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินและให้หมายความรวมถึง โฉนดแผนที่ โฉนดตราจอง และตราจองที่ตราว่า "ได้ทำประโยชน์แล้ว"
"การรังวัด" หมายความว่า การรังวัดปักเขต การทำเขต จดหรือคำนวณการรังวัด เพื่อให้ทราบที่ตั้งแนวเขตที่ดินหรือทราบที่ตั้งและเนื้อที่ของที่ดิน
"การค้าที่ดิน" หมายความว่า การได้มาและจำหน่ายไปซึ่งที่ดินเพื่อประโยชน์ในกิจการค้าหากำไร โดยวิธีขาย แลกเปลี่ยน หรือไปเช่าซื้อที่ดิน

ครอบครองที่ดินของผู้อื่นโดยสำคัญผิดว่าเป็นที่ดินของตนเอง
อ้างการครอบครองปรปักษ์ได้หรือไม่
ตั้งแต่ในอดีตถึงปัจจุบันนี้ การซื้อขายบ้านและที่ดินมีกันมากมาย บ้างก็ซื้อไว้อยู่อาศัย บ้างก็ซื้อไว้ขายต่อให้บุคคลอื่น การซื้อขายที่ดินก็ทำกันอย่างง่ายดาย ไม่ค่อยจะตรวจสอบกันให้รอบคอบว่าที่ดินอยู่ตรงไหน ถูกต้องตรงกับโฉนดที่ต้องการซื้อขายกันหรือไม่ และในที่สุดก็เกิดปัญหา เรื่องจึงขึ้นสู่ศาลหลายครั้งในเรื่องกรรมสิทธิ์ในที่ดิน อย่างกรณีต่อไปนี้ เรื่องมีอยู่ว่า :
นายดำมีที่ดินติดกับที่ดินมีโฉนดของนายแดง แต่นายดำครอบครองทำประโยชน์เข้าไปในที่ดินส่วนของนายแดง เป็นระยะเวลา 15 ปี โดยเข้าใจว่าเป็นที่ดินของนายดำเอง นายแดงก็ไม่เคยมาโต้แย้ง เพราะไม่ทราบว่าที่ดินของตนอยู่ตรงไหนบ้าง วันดีคืนดีนายดำขอรังวัดสอบเขตต่อเจ้าพนักงานที่ดิน เจ้าพนักงานที่ดินจึงมีหมายเรียกนายแดงให้มาระวังแนวเขตที่ดินของตน นายแดงจึงรู้ว่ามีที่ดินของตนอยู่อีกแปลงจึงมาคัดค้านการรังวัด นายดำจึงฟ้องคดีต่อศาลอ้างว่าได้สิทธิมาโดยการครอบครองปรปักษ์โดยการสำคัญผิดว่าเป็นที่ดินของตน
คดีมาสู่ศาลฎีกา ศาลฎีกามีคำพิพากษาว่ากรณีเช่นนี้ไม่ถือว่าเป็นการครอบครองที่ดินของตนเอง หากแต่ต้องถือว่าเป็นการครอบครองที่ดินของผู้อื่น (ของนายแดง) นายดำจึงได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ โดยไม่ต้องเป็นการครอบครองโดยรู้ว่าเป็นที่ดินของบุคคลอื่น (ฎีกา
2315/2537,
6756/2544)
โดย ธีรภาพ
|